สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพมหานคร

ประวัติความเป็นมา สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพฯ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพฯ ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2483 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 ได้รื้อถอนและก่อสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคาร 3 ชั้น ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและแคนาดาหลังจากนั่นมีพิธีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2521 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเป็นองค์ประธานในพิธี และในปี พ.ศ. 2546 ได้รับงบประมาณ 37 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และก่อสร้างอาคารพรรณไม้น้ำเพิ่มเติมให้มีความสวยงามมากขึ้น กิจกรรมการจัดแสดง อาคารสถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด เป็นอาคาร 3 ชั้น จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดท้องถิ่นของไทยชนิดต่างๆ กว่า 100 ชนิด ทั้งปลาสวยงาม ปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ปลาหายาก และปลาใกล้สูญพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทยมีทั้งหมดประมาณ 560 ชนิด และปลาน้ำจืดต่างประเทศบางชนิด โดยในบริเวณชั้น 1 จัดเป็นบ่อสัตว์น้ำที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้ (touch pool)ตู้แสดงพรรณไม้น้ำขนาดใหญ่โดยใช้พรรณไม้น้ำสวยงามประดับตู้ชนิดต่างๆ ส่วนบริเวณชั้น 2 มีการจัดแสดงพันธุ์ปลาไทยและปลาสวยงามส่งออกของไทย รวมทั้งการจัดแสดงปลาน้ำจืดต่างประเทศบางชนิดที่น่าสนใจสำหรับชั้น 3 เป็นส่วนปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จากอาคารนี้มีทางเดินเพื่อไปชมพรรณไม้น้ำสวยงามของไทย และมีชนิดของพรรณไม้น้ำสวยงามที่ส่งออกประมาณ 100 ชนิด ที่นำมาประดับตู้ในอาคารพรรณไม้น้ำซึ่งอยู่ทางด้านหลังเป็นอาคารลักษณะของเรือนกระจก (greenhouse) ที่เพาะชำพรรณไม้น้ำทั้งในตู้กระจก และการปลูกพรรณไม้น้ำในแปลงดินรอบๆ อาคาร นอกจากนี้ยังสามารถชมปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อใต้อาคารแห่งนี้ได้ด้วยดังนั้นจะมีการเปลี่ยนชนิดของปลาและพรรณไม้น้ำที่ใช้จัดแสดงอยู่เสมอ วัตถุประสงค์ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกรุงเทพฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับสัตว์น้ำจืดชนิดต่างๆ และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำให้แก่สาธารณชนโดยการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำจืดท้องถิ่นในประเทศไทย ชนิดที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์และชนิดที่เป็นสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศรวมทั้งพันธุ์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจัดเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย เวลาเปิดให้บริการ เปิดให้เข้าชม วันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. ปิดให้บริการทุกวันจันทร์ การแสดงโชว์พิเศษ – อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ ไม่เสียค่าเข้าชม สถานที่ตั้ง : แผนที่การเดินทาง ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด เกษตรกลาง จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อ : เบอร์โทรศัพท์ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด กรมประมง โทร. 0 2940 5623, 0 2940 6543, 0 2562 0600 – 15 ต่อ 5118, 5220, 5221, 5222 โทรสาร. 0 2940 5623 ที่มาข้อมูล : กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด กรมประมง ภาพ : aquariumthailand.comอ่านต่อ

สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล Siam Ocean World

ประวัติความเป็นมา สยามโอเชี่ยนเวิร์ล “สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล” อุทยานสัตว์น้ำระดับโลก แหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานโลกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้งบลงทุนถึง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเนรมิตอุทยานใต้น้ำ และเป็นอุทยานสัตว์น้ำขนาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล อย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2548 บริษัท สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล จำกัด (อุทยานสัตว์น้ำ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล) เป็นบริษัทในเครือของ โอเชียนิส ออสเตรเลีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจอุทยานสัตว์น้ำอันดับหนึ่งของโลก ด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 15 ปี ปัจจุบัน โอเชียนิส ออสเตรเลีย กรุ๊ป เป็นเจ้าของธุรกิจอุทยานสัตว์น้ำระดับโลกถึง 4 แห่ง ได้แก่ บริสเบนและเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และที่สยามพารากอน กรุงเทพมหานครซึ่งจะเป็นแห่งที่ 5 ซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานสากล 2 สนาม จุน้ำได้ถึง 4 ล้านลิตร (เทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิก 3 สระ) ภายในสยามพารากอน ชั้น บี1 และ บี2 ซึ่งรวบรวมเอาสัตว์น้ำมากมายหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มกว่า 30,000 ตัว จากสัตว์น้ำกว่า 400 ชนิด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 7 โซนด้วยกัน แต่ละโซนจะถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษภายใต้แนวคิดที่ต้องการสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับเดินอยู่ใต้ท้องทะเลจริงๆ “เราเชื่อว่าการเปิด สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยจะมีอุทยานสัตว์น้ำกลางกรุงที่มีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการก่อสร้างและบริหารงาน ยกตัวอย่างเช่น ระบบกรองน้ำทะเลเทียมที่ใช้ภายในอะควาเรี่ยมนั้น เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่า สัตว์น้ำในความดูแลของเราจะอยู่อย่างมีความสุขเหมือนที่พวกมันอยู่ในสภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันสัตว์น้ำบางชนิด อาทิ ฉลามเสือทราย ยังเป็นสัตว์ที่ไม่เคยมีการจัดแสดงในประเทศไทยมาก่อนด้วย” มร.เจฟ ออลสัน ผู้จัดการทั่วไปของอุทยานสัตว์น้ำ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล กล่าว สำหรับโซนทั้ง 7 ภายในอุทยานสัตว์น้ำแห่งนี้ประกอบด้วย โซนแรก Weird and Wonderful ผู้เข้าชมจะถูกห้อมล้อมไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่น่าตื่นเต้นที่แตกต่างไปจากสัตว์น้ำทั่วไป สัตว์น้ำในโซนนี้จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นเฉพาะตัว และบางชนิดก็น่าพิศวงยิ่งนัก โซนที่ 2 Deep Reef เป็นโซนที่จัดแสดงความสวยงามตระการตาของบรรดาปะการังที่มีอยู่บนโลกนี้ไว้ ภายในแทงค์ที่มีความสูงถึง 8 เมตร โซนที่ 3 Living Ocean เป็นโซนสำหรับสังเกตการดำรงชีวิตของเหล่าสัตว์น้ำ ซึ่งบางชนิดก็ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด และมีชีวิตอยู่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป ในขณะที่บางชนิดก็จะดำรงไว้ซึ่งความเป็นผู้ล่าเสมอ โซนที่ 4 Rainforest ซึ่งจำลองสภาพป่าดิบชื้นตามธรรมชาติ เพื่อนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์และพืชที่อาศัยอยู่ร่วมกันในป่าดิบชื้น และจัดเป็นส่วนที่จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ รวมทั้งสัตว์อื่นๆ เช่น ปลาปอดโบราณ รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หาได้ยากในปัจจุบัน โซนที่ 5 Rocky Shore การใช้ชีวิตในโซนนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่คลื่นปะทะชายฝั่งอย่างรุนแรง สัตว์ที่กำลังจะเจริญเติบโตก็ต้องปรับตัวและนิสัยเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โซนที่ 6 Open Ocean เป็นพื้นที่วงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10.5 เมตร จัดแสดงสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลแบบรอบทิศทาง 360 องศา เป็นโซนที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่าและผู้ถูกล่าในโลกมหาสมุทร โซนสุดท้าย โซนที่ 7 Sea Jellies เป็นโซนของสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ และลึกลับที่สุดแห่งท้องทะเล นั่นคือ แมงกะพรุน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสมอง ไม่มีกระดูก ไม่มีอวัยวะภายใน แต่มันสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ภายใต้ท้องทะเลแห่งนี้ เวลาเปิดให้บริการ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. การแสดงโชว์พิเศษ ชมโชว์การดำน้ำให้อาหารฉลาม เวลา 13.00 น. และเวลา 16.00 น. ชมโชว์การดำน้ำให้อาหารกระเบนนก เวลา 13.30 น. และเวลา 16.30 น. ชมโชว์การให้อาหารหนูน้ำและนาก เวลา 11.30 น. และเวลา 15.30 น. ชมโชว์การให้อาหารเพนกวิน เวลา 12.00 น. และเวลา 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม อัตราค่าเข้าชมชาวไทยและต่างชาติ – ผู้ใหญ่ราคา 350 บาท – เด็ก (สูง 80-120 ซม.) ราคา 250 บาท สถานที่ตั้ง : แผนที่การเดินทาง ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น บริษัทสยามโอเชี่ยนเวิร์ล จำกัด ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น B1-B2 991 ถนนพระราม1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม) ติดต่อ : เบอร์โทรศัพท์ บริษัทสยามโอเชี่ยนเวิร์ล จำกัด กรุงเทพฯ โทร. 0-2687-2000 โทรสาร. 0-2687-2001อ่านต่อ